สอบสัมภาษณ์ไป Work&Travel!
posted on 23 Nov 2009 16:06 by som-smile in WorkandTravel2010
สอบสัมภาษณ์ไป W&T ที่ Six Flags มาเรียบร้อยแล้วค่ะ
ไม่น่าเชื่อก็ต้องเชื่อ ว่า "ผ่าน" แล้วคร่าาาาาาา
ตอนนี้โอกาสท่จะได้ไป W&T ที่อเมริการเริ่มใกล้ความจริงแล้ว
ที่เหลือก็แค่ยื่นขอวีซ่า ซึ่งกลัวนิดหน่อย
เพราะงานนี้ถ้าไม่ผ่าน ได้เงินคืนไม่ครบซะด้วยสิ
T^T
ภาวนาว่าขอให้ผ่านก็แล้วกันเนอะ
วันนี้เรามีนัดสัมภาษณ์ตอนเที่ยงตรง
ไปถึงก็ประมาณ สิบเอ็ดโมงครึ่ง
เริ่มต้นจากการกรอกเอกสารขอวีซ่า J-1 ให้เรียบร้อย
หลังจากนั้นก็นั่งรอและรอค่ะ
เพราะรอบเช้ายังสัมภาษณ์กันไม่เสร็จ
พอรอบเช้าสัมภาษณ์เรียบร้อยแล้ว
ก็ถึงคิวของรอบบ่ายอย่างเราๆ
เริ่มจากพี่เจ้าของบริษัท (ขอสงวนสิทธิ์ในการออกนามค่ะ)
แนะนำว่าวันนี้คนที่มาสัมภาษณ์เราก็คือ SuperVisor ของ Six Flags D.C. โดยตรง
ตายแล้ว!! เล่นเอาคนใหญ่คนโตมาแบบนี้เลยเหรอเนี่ยะ
แต่ยังค่ะ การสัมภาษณ์ยังไม่เริ่ม
ตอนแรกเรามี Prisedent จาก Agency ของวีซ่าสำหรับทริป W&T ก่อน
เขาก็ออกมาพูด บลา บลา~
เอารูปปีที่ผ่านๆ มาให้ดู ซึ่งก็มีรูปคุณพี่เจ้าของบริษัทกว่า 80%
หลังจากนั้นก็เป็น Super Visor ของ Six Flags คนที่จะมาสัมภาษณ์
เขาก็ให้ข้อมูลต่างๆ ของสวนสนุกเขา
แล้วก็อธิบายอะไรนิดหน่อย พร้อมๆ กับเปิดช่องให้ถามคำถาม
อันนี้เราไม่ได้ถาม เพราะนึกไม่ออก และกลัวจะไม่มีคำถามไปถามในห้องสัมภาษณ์
หลังจากผ่านพ้นช่วงตั้งคำถาม ก็ถึงช่วงเข้าสัมภาษณ์
เขาแบ่งการสัมภาษณ์เป็นกลุ่ม กลุ่มละประมาณ 5-6 คน
เราไปกับเพื่อนเพียงสองคนเท่านั้น
เพราะฉะนั้นเลยต้องเริ่มจาก Make New Friends
ก็เลยได้เพื่อนใหม่เพิ่มมาสามคน
อันที่จริงคงต้องบอกว่า เพื่อนใหม่หนึ่ง และน้องๆ อีกสองมากกว่า
T_T
มันช่างเป็นการตอกย้ำอายุตัวเองได้ดีจริงๆ
แล้วสรุปเราก็ได้สัมภาษณ์เป็นกลุ่มสุดท้าย เพราะมัวแต่เมาท์
คำถามโดยรวมก็ให้แนะนำตัวเอง เรียนอยู่ที่ไหน เรียนจบอยากทำอะไร
แล้วก็ทำไมถึงอยากไปอเมริกา ทำไมถึงอยากทำงานที่ Six Flags
เคยไปประเทศไหนมาก่อนมั้ย
แล้วก็มีคำถามอะไรจะถามมั้ย
อันนี้เป็นข้อที่น่าสนใจค่ะ เพราะมันจะแสดงถึงความกะตือรือล้นที่จะอยากทำงานกับเขา
คำถามของเราคือ "ค่าบ้านพักราคาเท่าไหร่" - -*
เพราะถามไปแล้วก็รู้สึกเหมือนเป็นคนหน้าเงินนิดๆ ห่วงแต่เรื่องเงิน
แต่ก็ช่วยไม่ได้นี่คะ เงินมันเป็นสิ่งสำคัญในการดำรงชีวิตนี่นาา
แต่พอเขาตอบมาเราก็จำราคาไม่ได้อยู่ดี น่าเศร้าจริงๆ
เพื่อนเราถามได้เด็ดกว่า "ที่บ้านพักมีห้องครัวมั้ย"
แต่ก็ได้คำตอบที่น่าพอใจว่า "มี"
จึงต้องด้วยคำถามต่อไปว่า "มีซูเปอร์อยู่แถวนั้นมั้ย"
และแน่นอนคำตอบก็น่าพอใจอีกเช่นกัน "มี"
เพราะฉะนั้น อย่างน้อยก็คงไม่อดตายแล้วล่ะค่ะงานนี้
เพื่อนๆ น้องๆ ที่เข้าไปสัมภาษณ์กลุ่มเดียวกันก็มีคำถามต่างๆ นาๆ
แต่เราจำไม่ได้ค่ะ ออกแนวตื่นเต้นจนลืม
หลังจากสัมภาษณ์เสร็จแล้ว ก็ออกมารอข้างนอก
และผลที่รอคอยก็คือผ่านทุกคนค่ะ ^^
ดีใจจัง หวังว่าจะได้อยู่บ้านเดียวกันนะจ๊ะ
หลังจากดีอกดีใจแล้ว ก็ถึงเวลาห่อเหี่ยวค่ะ
เพราะต้องจ่ายตังค์ วันนี้กดเงินมา 40,000 บาท
เดินกันหวาดระแวงเลยทีเดียว
แล้วเงินเกือบครึ่งแสนก็หลุดลอยไปอย่างง่ายดาย
เหลือกลับมาแค่สองร้อยบาทเท่านั้น
ต่อจากนี้ ก็คงต้องหาเงินมาแต่งบัญชีหม่าม้าแล้วล่ะค่ะ
เพราะว่าถอนเงินออกมาหมดแล้วจากบัญชี เหลืออยู่ไม่กี่หมื่นเอง
งานนี้คงต้องหาทางแต่งบัญชีให้สวยๆ สักหน่อย
หวังว่าแม่จะหามาได้สักแสนนึงนะ ไม่งั้นคงลำบากแน่ๆ งานนี้ตอนสัมภาษณ์วีซ่า
ยังไงก็อวยพรให้เราโชคดีหน่อยนะคะ
จะได้มีเรื่องมาเล่าให้ทุกคนฟังกันเยอะๆ
Wish Me Luck!
ไม่น่าเชื่อก็ต้องเชื่อ ว่า "ผ่าน" แล้วคร่าาาาาาา
ตอนนี้โอกาสท่จะได้ไป W&T ที่อเมริการเริ่มใกล้ความจริงแล้ว
ที่เหลือก็แค่ยื่นขอวีซ่า ซึ่งกลัวนิดหน่อย
เพราะงานนี้ถ้าไม่ผ่าน ได้เงินคืนไม่ครบซะด้วยสิ
T^T
ภาวนาว่าขอให้ผ่านก็แล้วกันเนอะ
วันนี้เรามีนัดสัมภาษณ์ตอนเที่ยงตรง
ไปถึงก็ประมาณ สิบเอ็ดโมงครึ่ง
เริ่มต้นจากการกรอกเอกสารขอวีซ่า J-1 ให้เรียบร้อย
หลังจากนั้นก็นั่งรอและรอค่ะ
เพราะรอบเช้ายังสัมภาษณ์กันไม่เสร็จ
พอรอบเช้าสัมภาษณ์เรียบร้อยแล้ว
ก็ถึงคิวของรอบบ่ายอย่างเราๆ
เริ่มจากพี่เจ้าของบริษัท (ขอสงวนสิทธิ์ในการออกนามค่ะ)
แนะนำว่าวันนี้คนที่มาสัมภาษณ์เราก็คือ SuperVisor ของ Six Flags D.C. โดยตรง
ตายแล้ว!! เล่นเอาคนใหญ่คนโตมาแบบนี้เลยเหรอเนี่ยะ
แต่ยังค่ะ การสัมภาษณ์ยังไม่เริ่ม
ตอนแรกเรามี Prisedent จาก Agency ของวีซ่าสำหรับทริป W&T ก่อน
เขาก็ออกมาพูด บลา บลา~
เอารูปปีที่ผ่านๆ มาให้ดู ซึ่งก็มีรูปคุณพี่เจ้าของบริษัทกว่า 80%
หลังจากนั้นก็เป็น Super Visor ของ Six Flags คนที่จะมาสัมภาษณ์
เขาก็ให้ข้อมูลต่างๆ ของสวนสนุกเขา
แล้วก็อธิบายอะไรนิดหน่อย พร้อมๆ กับเปิดช่องให้ถามคำถาม
อันนี้เราไม่ได้ถาม เพราะนึกไม่ออก และกลัวจะไม่มีคำถามไปถามในห้องสัมภาษณ์
หลังจากผ่านพ้นช่วงตั้งคำถาม ก็ถึงช่วงเข้าสัมภาษณ์
เขาแบ่งการสัมภาษณ์เป็นกลุ่ม กลุ่มละประมาณ 5-6 คน
เราไปกับเพื่อนเพียงสองคนเท่านั้น
เพราะฉะนั้นเลยต้องเริ่มจาก Make New Friends
ก็เลยได้เพื่อนใหม่เพิ่มมาสามคน
อันที่จริงคงต้องบอกว่า เพื่อนใหม่หนึ่ง และน้องๆ อีกสองมากกว่า
T_T
มันช่างเป็นการตอกย้ำอายุตัวเองได้ดีจริงๆ
แล้วสรุปเราก็ได้สัมภาษณ์เป็นกลุ่มสุดท้าย เพราะมัวแต่เมาท์
คำถามโดยรวมก็ให้แนะนำตัวเอง เรียนอยู่ที่ไหน เรียนจบอยากทำอะไร
แล้วก็ทำไมถึงอยากไปอเมริกา ทำไมถึงอยากทำงานที่ Six Flags
เคยไปประเทศไหนมาก่อนมั้ย
แล้วก็มีคำถามอะไรจะถามมั้ย
อันนี้เป็นข้อที่น่าสนใจค่ะ เพราะมันจะแสดงถึงความกะตือรือล้นที่จะอยากทำงานกับเขา
คำถามของเราคือ "ค่าบ้านพักราคาเท่าไหร่" - -*
เพราะถามไปแล้วก็รู้สึกเหมือนเป็นคนหน้าเงินนิดๆ ห่วงแต่เรื่องเงิน
แต่ก็ช่วยไม่ได้นี่คะ เงินมันเป็นสิ่งสำคัญในการดำรงชีวิตนี่นาา
แต่พอเขาตอบมาเราก็จำราคาไม่ได้อยู่ดี น่าเศร้าจริงๆ
เพื่อนเราถามได้เด็ดกว่า "ที่บ้านพักมีห้องครัวมั้ย"
แต่ก็ได้คำตอบที่น่าพอใจว่า "มี"
จึงต้องด้วยคำถามต่อไปว่า "มีซูเปอร์อยู่แถวนั้นมั้ย"
และแน่นอนคำตอบก็น่าพอใจอีกเช่นกัน "มี"
เพราะฉะนั้น อย่างน้อยก็คงไม่อดตายแล้วล่ะค่ะงานนี้
เพื่อนๆ น้องๆ ที่เข้าไปสัมภาษณ์กลุ่มเดียวกันก็มีคำถามต่างๆ นาๆ
แต่เราจำไม่ได้ค่ะ ออกแนวตื่นเต้นจนลืม
หลังจากสัมภาษณ์เสร็จแล้ว ก็ออกมารอข้างนอก
และผลที่รอคอยก็คือผ่านทุกคนค่ะ ^^
ดีใจจัง หวังว่าจะได้อยู่บ้านเดียวกันนะจ๊ะ
หลังจากดีอกดีใจแล้ว ก็ถึงเวลาห่อเหี่ยวค่ะ
เพราะต้องจ่ายตังค์ วันนี้กดเงินมา 40,000 บาท
เดินกันหวาดระแวงเลยทีเดียว
แล้วเงินเกือบครึ่งแสนก็หลุดลอยไปอย่างง่ายดาย
เหลือกลับมาแค่สองร้อยบาทเท่านั้น
ต่อจากนี้ ก็คงต้องหาเงินมาแต่งบัญชีหม่าม้าแล้วล่ะค่ะ
เพราะว่าถอนเงินออกมาหมดแล้วจากบัญชี เหลืออยู่ไม่กี่หมื่นเอง
งานนี้คงต้องหาทางแต่งบัญชีให้สวยๆ สักหน่อย
หวังว่าแม่จะหามาได้สักแสนนึงนะ ไม่งั้นคงลำบากแน่ๆ งานนี้ตอนสัมภาษณ์วีซ่า
ยังไงก็อวยพรให้เราโชคดีหน่อยนะคะ
จะได้มีเรื่องมาเล่าให้ทุกคนฟังกันเยอะๆ
Wish Me Luck!